Mobile
ค้นหา:
     บทความ   รถเข็น   
   สถิติของเวบไซต์
 
เปิดเวบเมื่อ 17/11/2548
ปรับปรุงเวบเมื่อ 12/06/2563
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 100
   หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (100)
 ฟอสซิลสัตว์น้ำ
 ฟอสซิลสัตว์บก
 ฟอสซิลแมลง
 ฟอสซิลพืช
 ฟอสซิลฟัน-เล็บ
 กระดูกไดโนเสาร์
 หินและแร่
 หุ่นยนต์ไดโนเสาร์ Pleo-rb.
 TF. Gifts
 TF. หนังสือ
 TF. DVDs
 TF. เครื่องมืออุปกรณ์
 TF. นาฬิกา Fossil
 TF. สินค้าโปรดของร้าน


have some question call me Skype
Skype Me™!

eXTReMe digital Tracking

eXTReMe Tracker
Google Pagerank Button Powered by MyPagerank.Net Add to Google
   จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

   เว็บลิงค์
Thaifossil On TV
Thai Fossil Letter To Investment Guys
ฟังเสียงไดโนเสาร์ 75 ล้านปี
ไทยฟอสซิล FAQ
กรมทรัพยากรธรณี
สิ่งแวดล้อม
Discovery
Lesa Project
Fossil Creek Park
School Assemblies
Mineraltown
The Virtual Fossil Museum
NGC. Asia
Fossil News
Do you believe that Aliens
Rock & Mineral
Meteorite Way
   Ẻͺ͹Ź
คุณมองซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลไปในทางใด?
วิทยาศาสตร์ความรู้
ไสยศาสตร์ความเชื่อ



 :149: เรียนผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน สำหรับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือต่ำกว่าอายุ 18 ปี โปรดให้ผู้ปกครอบรับทราบก่อนการซื้อด้วยครับ (Siriphong P. / Thai Fossil)
บทความ
คนไทยมาจากไหน (อ่าน 40882/ตอบ 0)

คนไทยมาจากไหน เป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันในวงการวิชาการมาช้านาน ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่กำลังถอดรหัสไมโตรคอนเดรียหาแม่ร่วมโลกของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่หลักฐานฟอสซิลยังคงเป็นประจักษ์พยานที่ให้ปากคำได้เป็นอย่างดี แม้เพียงเศษเสี้ยวขององคาพยพ นักกายภาคศาสตร์ที่เชี่ยวชาญก็สามารถระบุต้นตระกูลได้ สมสกุล เผ่าจินดามุข เดินทางสู่อดีตอีกครั้ง

ก้าวขึ้นบันไดเตี้ยๆ ขึ้นสู่ "ตึกกรอสส์" หรืออาคารภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเข้าสู่ห้องโถง แหงนหน้าขึ้นมองบันไดไม้ขึ้นสู่ชั้นสอง บนผนังตึกติดรูปของบรรดาอดีตคณาจารย์สมัยแรกเริ่มก่อตั้งคณะฯ ที่นักศึกษาแพทย์ศาสตร์จดจำชื่อกันได้ขึ้นใจ กลิ่นสารเคมีจางๆ ที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของห้องเก็บศพโชยมาแตะจมูก เหลือบตาต่ำลงมาเล็กน้อย ป้ายบอกทางทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดชี้ทางไปยังพิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร ใกล้กับบริเวณทางเข้ามีโต๊ะสำหรับลงชื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์ภายใน "ตึกกรอสส์" สถานที่เรียนของนักศึกษาแพทย์ที่ใช้เดินเรื่องสั้นเขย่าขวัญน้ำเอกของ อ.อุดากร

สุดทางเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดประมาณห้องเรียนสองห้องต่อกันซ่อนตัวอยู่ชั้นล่างขวามือสุดของอาคารแห่งนี้ ภายในห้องได้จัดแสดงเรื่องราวโดยย่อของวิวัฒนาการมนุษย์ โดยเฉพาะเครื่องมือหินที่ทำโดยมนุษย์ในยุคหินเก่าจนถึงยุคหินใหม่

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ศ.นพ.สุด แสงวิเชียร อดีตหัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ และอดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งมีความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับกำเนิดของคนไทยและการเคลื่อนย้ายถิ่น เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นโดยหวังว่าจะให้เป็นที่วิจัยในวิชาก่อนประวัติศาสตร์ และมานุษยวิทยากายภาพ สำหรับนักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป และอาจเป็นไปได้ที่จะได้พบกับคำตอบว่า "คนไทยมาจากไหน"

 

คนไทยอยู่ที่นี่

ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายของคนไทยในอดีต เป็นผลสืบเนื่องจากการทำงานสำรวจของหมอดด็อด หมอสอนศาสนาที่เข้ามาในไทยเมื่อ 80 กว่าปีก่อน ซึ่งได้ทำการศึกษาความคล้ายคลึงกันในการใช้ภาษาของกลุ่มคนทางตอนเหนือของประเทศไทย และสรุปว่าคนไทยเดินทางอพยพมาจากจีน

ความคิดดังกล่าวได้รับการแพร่หลายมากขึ้นเมื่อถูกนำมาตีพิมพ์อยู่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยสรุปความได้ว่า คนไทยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไตเมื่อ 7,000 ปีมาแล้ว เรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อประมาณ 700 ปีที่ผ่านมาเป็นการอพยพลงใต้ครั้งใหญ่ล่าสุด ข้อมูลเรื่องคนไทยอพยพมาจากจีนยังถูกนำมาใช้เผยแพร่ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติจนทุกวันนี้ ทั้งที่ไม่มีหลักฐานการเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่ของประชากรจากเมืองจีนมาไทยเมื่อ 7 ศตวรรษก่อนเลย

เรื่องราวการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในไทยยังอยู่ในความมืดก่อนหน้าที่ ฟริส ซาราแซง นักวิจัยด้านมานุษยวิทยาชาวสวิตเซอร์แลนด์จะเข้ามาสำรวจมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ในไทยเมื่อปี 2475 เช่นเดียวกัน การค้นพบมนุษย์ชวาและมนุษย์ปักกิ่งคือเหตุผลหนึ่งที่ฟริส ซาราแซงเชื่อว่า น่าจะมีมนุษย์ โฮโม อีเรคตัส ในไทยเช่นกัน

"เมื่อปี พ.ศ. 2434 นักสำรวจได้ขุดพบชิ้นส่วนของมนุษย์ โฮโม อีเรคตัส ที่อินโดนีเซีย ที่เรียกกันว่า มนุษย์ชวา และต่อมาราวปี พ.ศ. 2463 ก็พบมนุษย์ปักกิ่งที่ถ้ำชูกูเทียน เป็นกะโหลก โฮโม อีเรคตัส ที่สมบูรณ์มาก ทำให้มาตั้งสมมติฐานกันว่า ถ้ามนุษย์ดึกดำบรรพ์เคลื่อนย้ายจากแอฟริกาและเดินทางมาถึงเอเชียจริง ก็น่าจะผ่านประเทศไทยด้วย ขึ้นไปก็เป็นมนุษย์ปักกิ่ง ลงไปเป็นมนุษย์ชวา" สมศักดิ์ ประมาณกิจ นักวิจัยประจำพิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร ย้อนอดีตให้ฟัง

ทว่า จากการสำรวจที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และลพบุรี นักมานุษยวิทยาชาวสวิสกลับพบเพียงเครื่องมือหินกะเทาะจากกรวดแม่น้ำเพียง 2-3 ก้อนเท่านั้น พร้อมกับตั้งชื่อวัฒนธรรมที่พบในไทยว่า "ไซแอมเนี่ยน"

หลังจาก ดร.เดวิดสัน แบล็ค พบฟอสซิล โฮโม อีเรคตัส ที่ถ้ำชูกูเทียน น.พ.สุด แสงวิเชียร ซึ่งเป็นศิษย์เอกของ ศ.เอ็ดการ์ เดวิดสัน คองดอน อาจารย์แพทย์ยุคแรกของศิริราชพยาบาล ได้รับเลือกจากมูลนิธิรอคกี้เฟลเลอร์ให้ไปศึกษาต่อด้านกายภาคศาสตร์ที่สหรัฐ ก่อนเดินทางไปสหรัฐ น.พ.สุดได้แวะที่เซี่ยงไฮ้ และหาโอกาสเดินทางด้วยทุนส่วนตัวเพื่อไปดูมนุษย์ปักกิ่งให้เห็นกับตา แม้ ดร.เดวิดสัน แบล็ค จะรอรับอยู่แล้ว แต่ไม่ได้นำฟอสซิลมนุษย์ปักกิ่งมาให้ชม เนื่องจากไม่มีจดหมายแนะนำจาก ศ.คองดอนไปด้วย น.พ.สุด ออกเดินทางจากปักกิ่งด้วยความผิดหวัง แต่ยังไม่ทิ้งความสนใจและสงสัยเกี่ยวกับมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ในไทย

"ต่อมามีอีกหลายคณะเข้ามาทำการศึกษา ขอมาทางราชการบ้าง ไม่ขอบ้าง ทุกคนที่เข้ามาทำตอนนั้นต้องการหาวิวัฒนาการที่เป็นมนุษย์ เพราะเป็นการค้นพบใหม่ และเราไม่รู้เรื่องราวในอดีตว่าเรามาจากไหน อย่างไร" ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์เล่า

คงเป็นเพราะโชคชะตาลิขิตไว้ การค้นพบที่สำคัญที่เพิ่มน้ำหนักความน่าจะเป็นไปได้ว่า มีมนุษย์ โฮโม อีเรคตัส ในประเทศไทย กลับเป็นการค้นพบโดยเชลยศึกชาวเดนมาร์กนาม ดร.แวน ฮีเกอเรน ซึ่งถูกญี่ปุ่นกวาดต้อนมาเป็นเชลยศึกก็สร้างทางรถไฟสายมรณะเมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง

ดร.แวน ฮีเกอเรน เป็นนักโบราณคดี ได้เดินทางมาทำงานที่อินโดนีเซีย พอสงครามโลกเกิดขึ้น ญี่ปุ่นซึ่งชนะศึกในภูมิภาคนี้ จับเชลยศึกมาทำทางรถไฟ ที่แยกจากชุมทางหนองปลาดุก ผ่านไปทางกาญจนบุรี ขึ้นไปมะละแหม่ง เพื่อขึ้นไปตีพม่า

การค้นพบของ ดร.แวน ฮีเกอเรน จะเป็นเรื่องบังเอิญ หรือตั้งใจไม่มีใครทราบได้ วันหนึ่งเขาไปทางด้านทุ่งนกกระเรียน เพื่อไปตัดไม้เพื่อมาทำทางรถไฟ พบหินแตก 6 ก้อน ที่มีลักษณะพิเศษซึ่งนักโบราณคดีที่ทำด้านนี้โดยเฉพาะเท่านั้นที่ดูออก เขาได้เก็บเครื่องมือหินไว้ตลอดการเป็นเชลยศึก โดยไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต ซึ่งถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแล้ว หินกะเทาะเหล่านี้ก็ไม่ต่างไปจากก้อนหินทั่วไป

พอสงครามโลกยุติ ดร.แวน ฮีเกอเรน นำก้อนหินเหล่านี้ไปที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐ ซึ่งมีนักมานุษยวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ชื่อ ดร.อูจีน โมเบียส และเป็นผู้ค้นพบชิ้นส่วนกระดูกต้นขาของมนุษย์ชวา โฮโม อีเรคตัส ที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี พ.ศ. 2543 ดร.โมเบียสตัดสินว่า หินสามก้อนลักษณะร่องรอยคล้ายกับเครื่องมือหินที่กะเทาะโดยมนุษย์ปักกิ่งแมน

"มนุษย์สมัยโบราณเริ่มแรก เราจะไม่มีอาวุธที่ต่อสู้กับสัตว์ร้ายได้ แต่มนุษย์รู้จักประดิษฐ์เครื่องมือพวกไม้ หรือหิน สำหรับป้องกันตัวเอง หรือล่าสัตว์" สมศักดิ์ กล่าว

หลังสงครามโลกสิ้นสุด ดร.แวน ฮีเกอเรน ได้หาทุนจากรัฐบาลเดนมาร์กและกลับมาทำการศึกษามนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ในไทยอีกครั้งพร้อมกับทีมงาน ที่มีความรู้จากแขนงต่างๆ

ทีมสำรวจได้เลือกแหล่งขุดสำรวจสองแห่ง คือ ไทรโยคใหญ่ พบเครื่องมือหินทั้งชนิดต่อเป็นด้ามและใช้มือจับ และยังพบโครงกระดูกโบราณหนึ่งโครง ซึ่งประมาณได้ว่ามีอายุอยู่เมื่อหนึ่งหมื่นปีมาแล้ว จัดอยู่ในยุคหินกลางและมีลักษณะของมนุษย์มองโกลอยด์ ส่วนทีมลงสำรวจบริเวณบ้านเก่า ซึ่ง "หมอสุด" ได้ร่วมทำการขุดค้นด้วย

"จากการศึกษาโครงกระดูกทั้งหมด ท่านก็พบว่า โครงกระดูกสมัยหินใหม่ที่บ้านเก่า มีอายุราว 4,000 ปี เปรียบเทียบกับโครงกระดูกคนไทย ซึ่งมีชื่อไทยตั้งแต่เกิด สองกลุ่มนี้ไม่มีลักษณะใดที่แตกต่างกันทางกายวิภาค กล่าวคือ มีหน้ากว้างและสั้น ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของมองโกลอยด์ตอนใต้" วัฒนา สุภวัน นักวิจัยซึ่งกำลังศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยวิตวอเตอร์สแรนด์ แอฟริกาใต้ ขยายความ

นอกจากนี้ยังพบเครื่องใช้ ภาชนะดินเผา และขวานหินขัด วัฒนธรรมของหินใหม่ทุกชนิด รวมไปถึงลูกปัด เครื่องประดับที่ทำจากกระดูกสัตว์ และถือว่าเป็นการขุดค้นทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในประเทศไทย

ด้วยความสนใจเรื่องเดียวกัน สมศักดิ์ จึงรวบรวมเครื่องมือหินที่เขาทุ่มเวลาตลอดชีวิตเพื่อศึกษามาให้กับศ.นพ.สุด เพื่อสืบค้นเรื่องราวของมนุษย์ยุคหินเก่า หรือโฮโม อีเรคตัส ในไทย ขณะที่วัฒนา จากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร มาร่วมงานสืบค้นมนุษย์โบราณตั้งแต่ปี 2518 พร้อมกับเรียนกายวิภาค และกายวิภาคเปรียบเทียบกับ ศ.นพ.สุด พร้อมกับศึกษาต่อระดับปริญญาโท

 

ตามหามนุษย์ยุคหินเก่า

โฮโม อีเรคตัส จัดเป็นมนุษย์ในกลุ่มโฮโมรุ่นแรกมีอายุอยู่ในช่วง 1.8 ล้านปี ถึง 300,000 ปีมาแล้ว เป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวาง พบทั้งในแอฟริกา เอเชีย และยุโรป รู้จักทำเครื่องมืออย่างประณีต ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ และเก็บอาหารป่า รู้จักใช้ไฟมา 500,000 ปีแล้ว เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์โฮโม เซเปียนส์ ซึ่งจัดเป็นสายพันธุ์รุ่นใหม่

กำเนิดของโฮโม เซเปียนส์ เองยังเป็นที่ถกเถียงกันในปัจจุบัน โดยมีทฤษฎีหลักอยู่ 2 ทฤษฎี คือทฤษฎีพหุภูมิภาค (Multiregional Model) และทฤษฎีการเข้ามาแทนที่ (Replacement Theory) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ทฤษฎีอพยพออกจากแอฟริกา

ทฤษฎีพหุภูมิภาคเชื่อว่า โฮโม เซเปียนส์ วิวัฒนาการมาจากโฮมินิดส์รุ่นเก่าที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ มาก่อนแล้ว และมีวิวัฒนาการเกิดขึ้นหลายแห่งในโลก นักวิชาการกลุ่มนี้เชื่อว่า ประชากร โฮโม อีเรคตัส บางกลุ่มเดินทางออกจากแอฟริกาและไปอาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ต่อมามีจำนวนเพิ่มขึ้นและมีลักษณะทางชีววิทยาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง หรือมีปัจจัยที่ทำให้เกิดวิวัฒนาการ เช่นการเลือกสรรโดยธรรมชาติ ตามทฤษฎีของชาร์ลส์ ดาร์วิน

ส่วนทฤษฎีอพยพออกจากแอฟริกา เชื่อว่า โฮโม เซเปียนส์ มีวิวัฒนาการอย่างมีเอกลักษณ์โดยเริ่มต้นในแอฟริกาเมื่อประมาณ 200,000 - 150,000 ปีมาแล้ว จากนั้นจึงอพยพออกจากแอฟริกามาแทนที่ หรือมาขับไล่ จนชนะมนุษย์ที่อพยพมาก่อนหน้านี้ เชื่อกันว่า โฮโม เซเปียนส์  ที่มาจากแอฟริการุ่นใหม่มีวัฒนธรรมที่ก้าวหน้ามากกว่ารุ่นบุกเบิกซึ่งหายสาบสูญไปในที่สุด

ทีมวิจัยจากพิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร ได้ออกเดินทางไปสำรวจสืบค้นร่องรอยของมนุษย์ทั่วประเทศ ในที่สุดเลือกพื้นที่จังหวัดลำปางบริเวณพื้นที่เหมืองฟอสเฟตในการสืบค้นหาโฮโม อีเรคตัส ในไทย และในการระเบิดเหมืองฟอสเฟตเมื่อปี 2542 นักวิจัยได้พบฟอสซิลของซากสัตว์โบราณพร้อมกับชิ้นส่วนของโฮโม อีเรคตัส และสัตว์ยุคเก่าหลายชิ้น

ในการสำรวจของทีมวิจัยไทยได้พบชิ้นส่วนของกะโหลกศีรษะส่วนหน้าข้างซ้ายของมนุษย์สมัยหินเก่า หรือโฮโม อีเรคตัส จำนวน 4 ชั้น ที่ดอยท่าก้า ชิ้นส่วนกะโหลกทั้งสี่ถูกนำไปเปรียบเทียบลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์กับมนุษย์หินเก่าที่พบในทวีปเอเชีย รุ่นเดียวกัน เช่น แซนกิแรน II ในอินโดนีเซีย และมนุษย์ปักกิ่งในจีน นอกจากนี้ยังได้นำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มมนุษย์รุ่นเดียวกันที่พบในแอฟริกาด้วย

ในที่สุดได้ข้อสรุปว่า ชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะที่พบนี้เป็นชิ้นส่วนกะโหลกด้านหน้าที่อยู่เหนือสันกระบอกตาขึ้นไปเล็กน้อย และค่อนมาทางด้านข้างซ้ายของกะโหลก โครงสร้างของกระดูกมีความโค้งปานกลางของส่วนเพดานกะโหลก โดยกายวิภาคทั่วไปมีลักษณะร่วมกับกลุ่มมนุษย์หินเก่าที่พบในแอฟริกา และเอเชีย

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้พบฟันหน้าซี่กลางข้างซ้ายบน พบฟันของโฮมินอยด์ หรือสัตว์ตระกูลไพรเมทขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น ไจแกนโตปิเทคัส และฟันของลิงอุรังอุตัง รวมถึง ฟัน เขี้ยว และกระดูกสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อ 1 ล้านปี เช่นเสือเขี้ยวดาบ หมาไฮยีน่า และหมีแพนด้ายักษ์ รวมทั้งฟันสัตว์กินพืช และกินเนื้อจำนวนหนึ่ง หลักฐานเหล่านี้ได้รับการรับรองจาก ศ.เกียรติคุณ ฟิลลิป วี โทไบแอส ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลกทางด้านมานุษยวิทยาโบราณ มหาวิทยาลัยวิตวอเตอร์สแรนด์ แอฟริกาใต้ โดยประมาณว่า ซากฟอสซิลที่พบมีอายุอยู่ในราว 1 ล้านถึง 4 แสนปี

"คนไทยชอบคิดกันว่าประเทศไทยไม่มีอะไรเก่าแก่ และตำราเรียนประวัติศาสตร์ยังบอกอีกว่าคนไทยอพยพมาจากจีน เพราะฉะนั้นความคิดที่จะเชื่อว่า มีมนุษย์ยุคหินเก่าอยู่ในไทยจึงไม่ได้ถูกปลูกฝังไว้แต่แรก" วัฒนา กล่าว

 

อย่างน้อยการค้นพบของทั้งสอง ถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่ให้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อไปว่า ดินแดนที่เป็นประเทศไทยนี้มีมนุษย์มาอยู่อาศัยตั้งแต่หนึ่งล้านปีมาแล้ว และอาจใช้ล้มทฤษฎีคนไทยอพยพที่ถูกปลูกฝังกันมาหลายทศวรรษก็เป็นได้

 

ที่มา : สมสกุล เผ่าจินดามุข นสพ. กรุงเทพธุรกิจ 9 สิงหาคม 2549

   สินค้า/บริการ แนะนํา
ชุดเครื่องมืออุปกรณ์เอาตัวรอดฉุกเฉิน Gerber Bear Grylls Survival Tool Pack
ราคา 3,200.00 บ.
อุปกรณ์พวงกุญแจเครื่องมือท่องเที่ยว อเนกประสงค์ 20 in 1 (ฟรีค่าจัดส่ง)
ราคา 300.00 บ.
Whisky Stones หินน้ำแข็ง ใส่วิสกี้ เหล้า เบียร์ ให้ความเย็นแทนน้ำแข็ง (1เซ็ต 9 ชิ้น แถมฟรีถุงผ้า)
ราคา 380.00 บ.
ฟอสซิลเล็บเท้าไดโนเสาร์ เทอริสิโนซอรัส (Therizinosaurus)
ราคา 28,000.00 บ.
สร้อยคอถัก จี้เป็นฟันปลาฉลามแท้ !
เส้นละ 180 บาท / สองเส้นราคา 300 บาท
เส้นขนช้างแมมมอธโบราณ (woolly mammoth hair)
ปกติ 3,000.00 บ.
พิเศษ 2,000.00 บ.
หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//