Mobile
ค้นหา:
     บทความ   รถเข็น   
   สถิติของเวบไซต์
 
เปิดเวบเมื่อ 17/11/2548
ปรับปรุงเวบเมื่อ 11/03/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 100
   หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (100)
 ฟอสซิลสัตว์น้ำ
 ฟอสซิลสัตว์บก
 ฟอสซิลแมลง
 ฟอสซิลพืช
 ฟอสซิลฟัน-เล็บ
 กระดูกไดโนเสาร์
 หินและแร่
 หุ่นยนต์ไดโนเสาร์ Pleo-rb.
 TF. Gifts
 TF. หนังสือ
 TF. DVDs
 TF. เครื่องมืออุปกรณ์
 TF. นาฬิกา Fossil
 TF. สินค้าโปรดของร้าน


have some question call me Skype
Skype Me™!

eXTReMe digital Tracking

eXTReMe Tracker
Google Pagerank Button Powered by MyPagerank.Net Add to Google
   จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

   เว็บลิงค์
Thaifossil On TV
Thai Fossil Letter To Investment Guys
ฟังเสียงไดโนเสาร์ 75 ล้านปี
ไทยฟอสซิล FAQ
กรมทรัพยากรธรณี
สิ่งแวดล้อม
Discovery
Lesa Project
Fossil Creek Park
School Assemblies
Mineraltown
The Virtual Fossil Museum
NGC. Asia
Fossil News
Do you believe that Aliens
Rock & Mineral
Meteorite Way
   Ẻͺ͹Ź
คุณมองซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลไปในทางใด?
วิทยาศาสตร์ความรู้
ไสยศาสตร์ความเชื่อ



 :149: เรียนผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน สำหรับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือต่ำกว่าอายุ 18 ปี โปรดให้ผู้ปกครอบรับทราบก่อนการซื้อด้วยครับ (Siriphong P. / Thai Fossil)
บทความ
ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย P.1 (อ่าน 31846/ตอบ 0)

สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย
สมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นช่วงเวลานับตั้งแต่เกิดมนุษย์และวัฒนธรรมของมนุษย์ขึ้นในโลกเมื่อประมาณ ๒ ล้านปีมาแล้ว และสิ้นสุดลงในช่วงที่มนุษย์เริ่มมีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งช่วงเวลาการสิ้นสุดสมัยก่อนประวัติศาสตร์นี้จะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากในพื้นที่ต่างๆมีการประดิษฐ์ลายลักษณ์อักษรไม่พร้อมกัน
ความสนใจเรื่องราวสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในโลกเริ่มต้นมาเป็นเวลานานนับพันปี โดยเริ่มจากการเก็บสะสมเครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ต่อมาจึงพัฒนาจากการเก็บสะสมของเก่ามาเป็นการศึกษาอย่างเป็นระบบ จนเกิดคำว่า “ก่อนประวัติศาสตร์” ขึ้นครั้งแรกในฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๖
การศึกษาเรื่องก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยเริ่มต้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ต่อมาจึงมีการดำเนินงานศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบโดยนักโบราณคดีชาวต่างประเทศ และมีการศึกษาต่อเนื่องโดยนักโบราณคดีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาจนถึงปัจจุบัน

การแบ่งยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย
สมัยก่อนประวัติศาสตร์สามารถแบ่งย่อยได้หลายวิธี เช่น การแบ่งยุคตามลักษณะวัสดุที่มนุษย์นำมาใช้ทำเครื่องมือ และลักษณะของเครื่องมือเครื่องใช้ การแบ่งยุคตามลักษณะเศรษฐกิจและสังคม ฯลฯ
๑. การแบ่งยุคตามลักษณะของเครื่องมือเครื่องใช้
ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อมนุษย์ได้ดัดแปลงวัสดุตามธรรมชาติทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมขึ้น การแบ่งยุคสมัยจึงใช้ชนิดของวัสดุแลัลักษณะของเครื่องมือเครื่องใช้เป็นหลัก สามารถแบ่งได้กว้างๆเป็น ๒ ยุค คือ
๑.๑ ยุคหิน แบ่งตามลักษณะเครื่องมือเป็น ๓ ยุค คือ
- ยุคหินเก่า เป็นยุคที่ใช้เครื่องมือหินกะเทาะอย่างหยาบๆ
- ยุคหินกลาง เป็นยุคที่ใช้เครื่องมือหินกะเทาะที่ทำประณีตขึ้น ขนาดของเครื่องมือเล็กลง ยุคนี้นักวิชาการหลายท่านไม่ยอมรับ เนื่องจากขาดหลักฐานที่มาสนับสนุนได้อย่างชัดเจน
- ยุคหินใหม่ เป็นยุคที่ใช้เครื่องมือหินขัด มีการทำเครื่องปั้นดินเผาขึ้นใช้
๑.๒ ยุคโลหะ แบ่งตามชนิดของวัสดุเป็น ๒ ยุค คือ
- ยุคสำริด เป็นยุคที่ใช้โลหะผสมระหว่างทองแดงและดีบุกเรียกว่าสำริดมาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้
- ยุคเหล็ก เป็นยุคที่รู้จักการถลุงเหล็ก นำมาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้
๒. การแบ่งยุคตามลักษณะเศรษฐกิจและสังคมของมนุษย์
นอกจากการแบ่งยุคตามชนิดของวัสดุและเครื่องมือเครื่องใช้แล้วยังพบว่าในบางครั้งนักวิชาการอธิบายยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ออกโดยดามลักษณะเศรษฐกิจสังคมออกเป็น
๒.๑ สังคมนายพราน เป็นยุคที่มนุษย์ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ จับสัตว์น้ำ เก็บอาหารที่ได้จากธรรมชาติ ยังไม่ตั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยถาวร มักอพยพตามฝูงสัตว์
๒.๒ สังคมเกษตรกรรม เป็นยุคที่มนุษย์รู้จักการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ยังคงมีการล่าสัตว์ จับสัตว์น้ำ และเก็บอาหารที่ได้จากธรรมชาติ มักจะตั้งบ้านเรือนถาวรบนพื้นที่ที่เหมาะแก่การเกษตรกรรม มีการรวมกลุ่มเป็นหมู่บ้าน เป็นเมือง มีการแลกเปลี่ยนผลผลิต และมีระบบการปกครองในสังคม

ยุคหินในประเทศไทย
ดินแดนประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับมนุษย์โบราณที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือมนุษย์เดินตัวตรง(Homo erectus) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่ามนุษย์ชวา ซึ่งมีชีวิตอยู่บนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเชีย และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกคือมนุษย์ปักกิ่งซึ่งพบที่ถ้ำโจวกุเทียนในประเทศจีน มนุษย์เหล่านี้มีชีวิตอยู่ในราว ๕-๘ แสนปีมาแล้ว
เนื่องจากในช่วงเวลายุคน้ำแข็งนั้น ดินแดนที่เป็นเกาะต่างๆของประเทศอินโดนีเชียได้เชื่อมต่อเป็นแผ่นดินเดียวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากมนุษย์ชวาแล้วในประเทศจีนยังพบร่องรอยของมนุษย์เดินตัวตรงที่เรียกกันว่ามนุษย์ปักกิ่งซึ่งมีอายุไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว มนุษย์เดินตัวตรงนี้ต่อมาได้มีวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ปัจจุบัน(Homo sapiens)ตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ ปีเป็นต้นมา

๑. ยุคหินเก่า (Palaeolithic)
หลักฐานเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยเท่าที่มีการค้นพบในปัจจุบันคือเครื่องมือหินกะเทาะที่พบที่เขาป่าหนาม บ้านแม่ทะ และบ้านดอนมูล จังหวัดลำปาง เครื่องมือหินกะเทาะที่บ้านแม่ทะและบ้านดอนมูลพบอยู่ใต้ชั้นหินบะซอลท์ซึ่งเป็นชั้นทับถมของลาวาภูเขาไฟกำหนดอายุได้ในราว ๗๐๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว ตรงกับช่วงเวลาประมาณ ยุคไพลสโตซีนตอนกลาง (Middle Pleistocene) ถึงยุคไพลสโตซีนตอนปลาย (Upper Pleistocene) ซึ่งในช่วงนี้พื้นที่บริเวณประเทศไทยเป็นป่าเขตร้อน มีต้นไม้ขึ้นทึบ มีฝนตกหนัก และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุม
แต่ไม่มีการพบร่องรอยของมนุษย์แต่อย่างใด ร่องรอยของมนุษย์เก่าแก่ที่สุดคือฟันมนุษย์ที่ถ้ำวิมานนาคินทร์ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ กำหนดอายุได้ในราว ๑๘๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว
นอกจากนี้ยังมีแหล่งโบราณคดีแหล่งอื่นที่พบเครื่องมือหินกะเทาะได้แก่แหล่งโบราณคดีถ้ำพระ จังหวัดเชียงราย ซึ่งนายฟริทซ์ สารสินนักโบราณคดีชาวสวิสเรียกเครื่องมือเหล่านี้ว่า ไซแอมเมี่ยน (Siamian culture) หรือวัฒนธรรมสยาม แหล่งโบราณคดีที่แควน้อย จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งนายแวน ฮีกเกอเร็นนักโบราณคดีชาวเนเทอร์แลนด์ที่ถูกจับเป็นเชลยศึกของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขณะก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะเรียกเครื่องมือเหล่านี้ว่า ฟิงนอยเอียน (Fingnoian culture) หรือวัฒนธรรมแควน้อย
เครื่องมือหินกะเทาะในยุคหินเก่านี้ยังพบในภูมิภาคต่างๆของประเทศไทย ได้แก่ ตำบลเวียงดอยคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย บ้านด่านชุมพล อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง บ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี บ้านท่ามะนาว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี บ้านจันเด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ถ้ำพระ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี และแหล่งโบราณคดีบ้านผาหมู อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ เป็นต้น
เครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ในยุคหินเก่าในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะทำจากหินกรวดแม่น้ำที่เก็บได้ตามริมฝั่งแม่น้ำ(pebbles) ได้แก่ หินไรโอไรท์ (Rhyorite) หินควอทไซท์ (Quartzite) หินทราย (Sandstone) หินเคลย์ (Claystone) เป็นต้น หินเหล่านี้มักจะกลมมนเนื่องจากถูกกระแสน้ำพัดพาและเกิดการขัดฝน มนุษย์จะนำเอาหินกรวดแม่น้ำเหล่านี้มากะเทาะเป็นเครื่องมือรูปร่างต่างๆแล้วนำมาใช้งาน เทคนิคการกะเทาะเป็นแบบกะเทาะโดยตรงระหว่างตัวเครื่องมือกับทั่ง หรือก้อนหินกับตัวเครื่องมือ กะเทาะเครื่องมือให้มีรูปร่างต่างๆ กัน เช่น เครื่องมือหินกรวดขนาดใหญ่กะเทาะหน้าเดียว (Unifacial tools) หรือเครื่องมือสับตัด (Choppers) ขวานถากรูปกำปั่น (Hand-adzes) เครื่องมือหินกรวดกะเทาะสองหน้า (Bifacial tools) เครื่องมือขุดตัด (Chopping tools) ฯลฯ
ลักษณะเครื่องมือเครื่องใช้แบบนี้เป็นลักษณะเครื่องมือที่พบแพร่หลายในยุคหินเก่าบริเวณทางตะวันออกของอินเดียจนจรดเอเชียตะวันออกไกล ( จีน ) แตกต่างจากทางตะวันตกของอินเดียและเอเชียตะวันตกซึ่งแตกต่างออกไปดังได้กล่าวมาแล้วในบทต้นๆ วัฒนธรรมหินเก่าในภูมิภาคนี้ของเอเชียได้ตั้งชื่อวัฒนธรรมต่างๆ กันออกไปในแต่ละประเทศ ตามสถานที่ที่พบก่อน เช่น วัฒนธรรมโซน(Soan Culture)ในอินเดีย วัฒนธรรมโจวกุเตียน(Choukoutiennian Culture)ในจีน วัฒนธรรมอันยาเธียน(Anyathian Culture) ในพม่า วัฒนธรรมฟิงนอยเอียน(Fingnioan Culture)ในไทย วัฒนธรรมแทมปาเนียน(Tampanian Culture)ในมาเลเซีย และวัฒนธรรมปัจจิตตาเนียน(Patjitanian Culture) ในอินโดนีเซีย
เครื่องมือเหล่านี้เมื่อพิจารณาจากลักษณะรูปร่าง และโดยการเอาไปเปรียบเทียบกับแหล่งอื่น สามารถสันนิษฐานลักษณะการใช้งานได้ คือ การตัดการโค่นต้นไม้ การปอกเปลือกไม้ผ่าไม้ การกะเทาะหรือทุบเปลือกหอยลูกไม้เปลือกแข็งหรือกระดูกสัตว์ อาวุธในการล่าสัตว์ การแล่หนังสัตว์ การหั่นและตัดเนื้อสัตว์ นอกจากนี้อาจใช้เครื่องมือหินในการทำไม้เป็นอาวุธหรือเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ ซึ่งซากสัตว์ในยุคไพลสโตซีนที่พบแล้วในประเทศไทย ได้แก่ กะโหลกฮิปโปโปเตมัส ท่อนขาบนของควายพวกบูบาลัส กรามบนของช้างสเตโกดอน พบที่สะพานเดชาติวงศ์ จังหวัดนครสวรรค์ ซากหมาป่าดึกดำบรรพ์ที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งสันนิษฐานว่าอยู่ในยุคไพลสโตซีนตอนกลาง
สภาพชีวิตของมนุษย์ในยุคหินเก่านี้แม้ว่าจะไม่พบหลักฐานมากมายนักในประเทศไทย แต่เราก็สามารถกล่าวถึงเรื่องราวของมนุษย์ในยุคนี้ได้โดยเปรียบเทียบกับแหล่งอื่นที่พบหลักฐานมากกว่า ทำให้เราทราบว่า มนุษย์ในยุคนี้ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บอาหารที่หาได้ตามธรรมชาติเช่นพืชและผลไม้ป่าเป็นอาหาร ลักษณะสังคมเป็นแบบสังคมนายพรานหรือล่าสัตว์ เร่ร่อนไปตามฝูงสัตว์ ไม่มีถิ่นฐานแน่นอน มักพบหลักฐานว่าอยู่อาศัยตาม ถ้ำ เพิงผา และที่ราบริมแม่น้ำ ส่วนสัตว์ที่ล่าเป็นสัตว์ยุคเก่าซึ่งหลายชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว
อย่างไรก็ตามหลักฐานที่พบยังไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวของยุคหินเก่าในประเทศไทยได้มากมายนัก ส่วนใหญ่จะเป็นข้อสันนิษฐานจากการเปรียบเทียบกับแหล่งอื่นๆ หลักฐานที่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากที่สุดในปัจจุบันคือหลักฐานที่ได้จากการขุดค้นถ้ำหลังโรงเรียน จังหวัดกระบี่ ซึ่งมนุษย์เข้ามาอยู่อาศัยในถ้ำแห่งนี้เมื่อประมาณ ๓๘,๐๐๐-๒๗,๐๐๐ ปีมาแล้ว

๒. ยุคหินกลาง (Mesolithic)
ยุคหินกลางในประเทศไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมจากยุคไพลสโตซีนเข้าสู่ยุคโฮโลซีน มีอายุตั้งแต่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ปี จนถึงประมาณ ๔,๐๐๐ ปีมาแล้ว
ในช่วงนี้สภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศไม่แตกต่างจากปัจจุบันเท่าใดนัก ที่แตกต่างกันก็คงจะเป็นป่า คงมากกว่า ในช่วงนี้เองที่ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ รับระดับน้ำทะเลที่ค่อยๆ สูงขึ้น จนทำให้ดินแดนบางส่วนจมลงทำให้ดินแดนที่เคยเชื่อมต่อหมู่เกาะต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย สุมาตรา บอร์เนียว ฯลฯ ได้ถูกตัดขาดลงจมสู่ใต้ระดับน้ำทะเลใหม่นี้
การค้นพบหลักฐานของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ยุคหินในช่วงเวลาต่อมา เป็นเครื่องมือหินกะเทาะอย่างประณีต ขนาดเล็กลง ไม่หยาบ ใหญ่ และหนักเช่นยุคแรก เครื่องมือแบบนี้เรียกว่า เครื่องมือแบบฮัวบินเนียน (Hoabinhian) ตามแหล่งโบราณคดีที่พบเครื่องมือแบบนี้ครั้งแรกคือที่ฮัวบินห์ (Hoa Binh) ประเทศเวียตนาม ชนิดของเครื่องมือจะมีหลายรูปแบบและใช้งานเฉพาะด้านมากกว่ายุคก่อน เช่นเครื่องมือปลายแหลม เครื่องมือขูด เครื่องมือทำจากสะเก็ดหิน รวมทั้งมีการเครื่องมือด้วยเปลือกหอยและกระดูกสัตว์เป็นเครื่องมือสำหรับเจาะและขูด เป็นต้น
เครื่องมือเครื่องใช้ยุคหินกลางในประเทศไทยและในกลุ่มทางเอเชียซีกตะวันออกนี้แตกต่างจากที่เป็นเครื่องมือหินขนาดจิ๋วในซีกโลกตะวันตกอย่างสิ้นเชิง เครื่องมือยุคหินกลางที่นี่ยังคงเป็นเครื่องมือหินกะเทาะเช่นเดียวกับยุคหินเก่า แต่มีเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็คือ กะเทาะอย่างประณีตกว่าเดิม และมีลักษณะการใช้งานเฉพาะอย่างมากขึ้น นอกจากเครื่องมือหินยังมีเครื่องมืออื่นๆ เช่น ทำจากกระดูก ทำจากเปลือกหอย ได้แก่ เครื่องมือหินกะเทาะ แบบขวานกำปั้น(Proto-handaxes) เครื่องมือหินกรวดแม่น้ำที่กะเทาะอย่างหยาบแบบหน้าเดียว (Unifacial tools) และสองหน้า(Bifacial tools) เครื่องมือปลายแหลมรูปร่างคล้ายอัลมอนด์(Almond picks) หรือคล้ายถั่วลิสง กะเทาะหน้าเดียว เครื่องมือปลายแหลมรูปสามเหลี่ยม(Triangular picks)
เครื่องมือหินแบบสุมาตรา(Sumatralith) ทำจากหินกรวดรูปร่างแบนรูปไข่ กะเทาะหน้าเดียวหรือกะเทาะที่ขอบโดยรอบ เครื่องมือหินกะเทาะที่กะเทาะขอบทั้งสองด้าน(Edge-chipped bifaces) เครื่องมือขูด(Scrapers) อย่างที่มีรูปร่างกลมแบนมีผิวนอกเหลืออยู่ด้านหนึ่งและตรงกลางขอบที่กะเทาะ(Cortex disc) อย่างที่ทำจากสะเก็ดหิน(Flake disc) ขวานสั้น(Short-axes) พบที่เป็นแบบหนา(Thick short-axes) แบบแบน(Flat short-axes) และแบบปลายแหลม(Pointed short-axes)
เครื่องมือสะเก็ดหิน(Flake tools) พบเป็นแบบด้านข้างขนานกัน(Bladelet) มีขนาดเล็กเป็นแผ่นบางส่วนที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ เครื่องมือกะเทาะหน้าเดียวรูปไข่(Flake oval) เครื่องมือขูดรูปกลมแบน(Flake disc) เครื่องมือปลายแหลมรูปคล้ายใบไม้(Leaf-shaped point) เครื่องมือหินกะเทาะปลายแหลม(Point) ซึ่งล้วนแต่ทำจากสะเก็ดหิน
นอกจากเครื่องมือที่กล่าวมาแล้วยังพบเครื่องมืออื่นๆ อีก แต่ไม่มากนัก เช่น ฆ้อนหินสำหรับกะเทาะเครื่องมือจักรหิน เครื่องมือสำหรับผ่า(Cleavers) เครื่องมือสำหรับขุดหรือเจาะ(Picks) และหินบดควบคู่ไปกับการพบเครื่องมือสับตัดและเครื่องมือสำหรับสับตัด (Choppers and Chopping tools) ซึ่งพัฒนามาจากยุคหินเก่า และยังพบเครื่องมือที่ทำจากเปลือกหอย และกระดูกสัตว์ เช่น เครื่องมือเจาะไม้หรือหนังทำด้วยกระดูก (Bone awls) เป็นรูปทรงกระบอกข้างหนึ่งแหลม (เทียบได้กับเหล็กหมาด) เครื่องมือขูดทำจากเปลือกหอย
ชนิดของหินที่ใช้ทำเครื่องมือพบว่ามีแตกต่างกันในแต่ละที่ แต่มีข้อสังเกตว่าหินที่ถูกเลือกใช้จะมีเนื้อละเอียดมากขึ้นกว่าในยุคหินเก่า ชนิดของหินที่พบได้แก่ หินเชอร์ต(Schert) หินควอทไซท์(Quartzite) หินไรโอไลท์(Rhyorite) หินปูน(Limestone) หินชนวน(Shale) และแคลซิโดนี(Chalcedony) เป็นต้น
ในบางแหล่งยังพบเครื่องปั้นดินเผาเป็นชิ้นส่วนของภาขนะดินเผาลายเชือกทาบแตกหักป่นมาก การทำลายใช้เชือกที่ทำจากพืชในตระกูลหมาก(Raphia) พันไม้ประทับหรือตีลงบนภาชนะดินเหนียว ขณะที่ดินยังชุ่มอยู่และพบเศษภาชนะผิวเรียบขัดมันอีกจำนวนหนึ่ง แตกหักมากเช่นเดียวกัน บางชิ้นพบร่องรอยการทำลายขูดเป็นลูกคลื่น การพบเครื่องปั้นดินเผาในยุคสมัยนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแปลก เนื่องจากเครื่องปั้นดินเผามักพบในยุคหลัง
นอกจากเครื่องมือเครื่องใช้แล้วยังพบกระดูกสัตว์ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ เช่น เก้ง กวาง หมู กระทิง ควายป่า เสือ หมี ลิง ค่าง กระจง กระรอก หนู จระเข้ เต่า หอย ปู ปลาชนิดต่างๆ ฯลฯ ซากพืช ได้แก่ น้ำเต้า(Lagenaria หรือ Areca) พืชจำพวกถั่วเขียว ถั่วทอง ถั่วเหลืองหรือถั่วเหน้า(Phaseolus หรือ Glycene) มะกอกเลื่อม(Canarium) แตง(Cucumis) พืชจำพวกดีปลี พริกไทย หรือพลู(Piper) พืชจำพวกถั่ว(Vicia) มะเยา(Aleurite) มะซาง(Madhuca) ท้อ(Prunus) กระจับหรือมะแง่ง(Trapa) สมอไทยหรือสมอพิเภก(Terminalia) และซากเถ้าถ่านของไม้ไผ่ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่านอกจากทำที่อยู่อาศัยแล้ว ยังอาจใช้แทนภาชนะ(Bamboo containers)
ในช่วงยุคหินกลางนี้สภาพแวดล้อมไม่แตกต่างจากยุคปัจจุบันเท่าใดนัก จากการสิ้นสุดยุคน้ำแข็งทำให้ระดับน้ำทะเลค่อยๆสูงขึ้นทำให้ดินแดนบางส่วนจมลง เกิดหมู่เกาะต่างๆขึ้น มนุษย์ในยุคนี้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในถ้ำ เพิงผา และสร้างกระท่อมอยู่ริมน้ำ ชายฝั่งทะเล และริมทะเล ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ การจับสัตว์น้ำ การเก็บพืช เมล็ดพืช และผลไม้ป่าเป็นอาหาร อพยพโยกย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่ที่ๆมีอาหารมากพอและอุดมสมบูรณ์
การรวมกลุ่มสังคมในยุคนี้จะมีมากขึ้น มีพิธีฝังศพแสดงให้เห็นความเชื่อในชีวิตหลังความตายและความสัมพันธ์ของคนตายกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ลักษณะของโครงกระดูกของมนุษย์จะถูกฝังนอนงอเข่า หรือฝังนอนหงายชันเข่า มีแผ่นหินวางทับร่างอยู่ พบว่ามีดินแดงโรยอยู่บนร่าง และมีการฝังเครื่องเซ่นร่วมกับศพ มีลักษณะของคนยุคนี้พวกออสโตรเมลานิเซียน(Austro Melanesian) หรืออาจมีลักษณะของพวกมาเลย์รุ่นแรก(Early Malay) ผสม
แม้ว่าจะมีนักวิชาการจำนวนมากที่ไม่ยอมรับแนวความคิดเรื่องยุคหินกลางในประเทศไทย แต่จากหลักฐานที่พบแสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้สืบทอดลักษณะการดำรงชีวิตแบบล่าสัตว์ และเก็บอาหารกิน(Hunting and gathering) เช่นเดียวกับยุคหินเก่า แต่อาจจะมีการจับสัตว์น้ำ(Fishing) และการใช้ประโยชน์หรือบริโภค พืช(Plant exploitation) เพิ่มขึ้น จากการกำหนดอายุโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ของหลักฐานจากแม่ฮ่องสอน และกาญจนบุรี พบว่าสมัยนี้มีอายุระหว่าง ๑๒,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ ปีมาแล้ว
แหล่งโบราณคดีในยุคหินกลางที่สำคัญ ได้แก่ ถ้ำหลังโรงเรียน และถ้ำหมอเขียว จังหวัดกระบี่ ถ้ำผีหรือถ้ำผีแมน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถ้ำไทรโยค ถ้ำองบะ ถ้ำเขาทะลุ ถ้ำหีบ ถ้ำเพชรคูหา และถ้ำเม่น จังหวัดกาญจนบุรี ถ้ำใกล้เขาจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ดอยถ้ำเขาพระ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เขาสนามแจง อำเภอบ้านหมี จังหวัดลพบุรี เนินใกล้ถ้ำฤาษี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ถ้ำที่เขาแก้ว อำเภอโปงน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เป็นต้น

แหล่งโบราณคดียุคหินกลางที่ถ้ำผีหรือถ้ำผีแมน
เป็นถ้ำเพิงผาขนาดเล็กบนภูเขาในเขตวนอุทยานถ้ำลอด ตำบลสบป่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากการขุดค้นที่ถ้ำแห่งนี้ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๐๙ ได้พบหลักฐานทางโบราณคดียุคหินกลางอายุระหว่าง ๑๓,๐๐๐-๗,๕๐๐ ปีมาแล้ว จนถึงยุคหินใหม่
จากการขุดค้นได้พบเครื่องมือหินกะเทาะแบบฮัวบินเนียน ซากสัตว์ ซากพืช นอกจากนี้ยังพบหลักฐานแสดงความต่อเนื่องถึงยุคหินใหม่ ได้แก่ ขวานหินขัด และเศษภาชนะดินเผาแสดงให้เห็นสภาพชีวิตของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ถ้ำผีซึ่งเริ่มจากการตั้งถิ่นฐานชั่วคราว ล่าสัตว์ จับสัตว์น้ำ และเก็บอาหารกิน มาสู่การเริ่มต้นทำการเกษตรกรรม

โปรดอ่านต่อ P.2

   สินค้า/บริการ แนะนํา
อุปกรณ์พวงกุญแจเครื่องมือท่องเที่ยว อเนกประสงค์ 20 in 1 (ฟรีค่าจัดส่ง)
ราคา 300.00 บ.
เครื่องกรองน้ำพกพา LifeStraw (กรองน้ำได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็น)
ราคา 1,200.00 บ.
ชุดเครื่องมืออุปกรณ์เอาตัวรอดฉุกเฉิน Gerber Bear Grylls Survival Tool Pack
ราคา 3,200.00 บ.
Whisky Stones หินน้ำแข็ง ใส่วิสกี้ เหล้า เบียร์ ให้ความเย็นแทนน้ำแข็ง (1เซ็ต 9 ชิ้น แถมฟรีถุงผ้า)
ราคา 380.00 บ.
สร้อยคอถัก จี้เป็นฟันปลาฉลามแท้ !
เส้นละ 180 บาท / สองเส้นราคา 300 บาท
ไทรโลไบต์  - Trilobite
ราคา 3,500.00 บ.
เส้นขนช้างแมมมอธโบราณ (woolly mammoth hair)
ปกติ 3,000.00 บ.
พิเศษ 2,000.00 บ.
หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.