Real Jurassic Park On Your Hand !

บทความ

ความรู้เรื่อง อำพัน (Amber)

30-11-2552 23:19:45น.

 

  

อำพัน (Amber)

ชื่อของรัตนชาตินี้มาจากภาษาลิทัวเนีย คำว่า "จินต้าราส" และจากภาษาแลตเวีย คำว่า "ดซินต้าร์" อำพันเป็นรัตนชาติชนิดหนึ่งมีสีเหลืองทองคำออกเป็นเงาต่างๆ ด้วยตามนิยายโบราณของกรีกอำพันนี้เกิดมาจาก น้ำตาของบรรดาน้องสาวเฟตัน เฟตันนี้เป็นลูกชายคนโปรดของเจ้าแห่งพระอาทิตย์ ซึ่งชอบนั่งรถสองล้อของบิดาเป็นประจำ และได้พลัดตกลงมาจากสวรรค์ถึงแก่ความตาย และศพของเฟตันได้นำไปฝังไว้ที่ฝั่งแม่น้ำเอริดานุส บรรดาน้องสาวของเฟตันที่ได้ไปร่วมพิธีฝังศพมีความเศร้าโศกเสียใจเป็นที่สุด และด้วยเหตุนี้เองจนกระทั่งบรรดาน้องสาวของเฟตันกลายเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งไป ส่วนน้ำตาที่ไหลออกมานั้นก็ได้กลายเป็นอำพันไปในที่สุด

ความจริงอำพันนี้เกิดจากยางของบรรดาต้นไม้ (หรือเกิดจากน้ำตาของบรรดาต้นไม้) ซึ่งขึ้นอยู่นับเป็นเวลาหลายล้านปีมาแล้ว ในสมัยโน้นที่ที่เราพบอำพันนี้ ได้มีต้นไม้ชนิดหนึ่งขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นป่าทึบ กับมีอากาศชื้น และอบอุ่นด้วย ในป่าไม้แบบนี้ได้มีต้นไม้มากมายหลายชนิดด้วยกัน เช่น ต้นสนสูงๆ พวกตระกูลคอนนิเฟอร์ และต้นเฟอร์ หรือสนที่ใช้ในงานปีใหม่ ในเมืองนอก และชนิดอื่นๆ อีกเป็นต้น ซึ่งบรรดาต้นไม้แบบนี้มียางออกมากเมื่อใช้ขวานฟันเข้าไปลึกๆ หรือตอนที่มันถูกลมพัดหัก และยางไม้แบบที่ว่านี้ประกอบด้วย turpentine, น้ำ และresinous acid (ถึง 65%) สำหรับ resin นี้จะเหลืออยู่ ส่วนอย่างอื่นนั้นจะระเหยออกไปหมด ซึ่ง resin ดังกล่าวนี้มีความทนทานต่อความชื้น ความร้อน และอากาศดีมาก พวกแมลงต่างๆ ชอบไปตอม resin นี้ด้วย บรรดาต้นไม้ดังที่กล่าวนี้ เมื่อโค่นล้มหักไปตามธรรมชาติ พวกลำต้นกิ่งใบก็จะเน่าไปหมด ส่วน resin หรือยางที่ไหลออกมาจากต้นไม้ดังกล่าวนี้ จะไม่มีการเน่า หรือสลายไป คือจะกองฝังอยู่ใต้ดินต่อไป พอนานเข้าบรรดา resin หรือยางไม้ทั้งหลายนั้น ภายใต้กรรมวิธีทางธรณีก็จะกลายเป็นอำพันในที่สุด และอำพันนี้มีรูปร่างต่างๆ กัน คือเป็นก้อนเล็ก ก้อนน้อยรูปร่างไม่เหมือนกัน และมีน้ำหนักแต่ละก้อนตั้งแต่ หนึ่งกรัม จนถึง หลายๆ กิโลกรัม ส่วนประกอบทางเคมีของอำพันนั้น มีคาร์บอน (79%) ไฮโดรเจน (10.59%) และออกซิเจน (10.5%) มีความถ่วงจำเพาะอยู่ระหว่าง 1.05 - 1.1 คือไม่ลอยในน้ำ มีอุณหภูมิหลอมเหลว ประมาณ 375 องศาเซลเซียส ถ้าหากเป็นอำพันบริสุทธิ์จะใส และมีสีเหลือง แต่การที่อำพันมีสีต่างๆ นั้น เพราะว่ามีสิ่งอื่นเจือปนอยุ่ในอำพันด้วย ด้วยเหตุนี้อำพันอาจเป็นสีเหลืองน้ำตาล และอาจเป็นสีน้ำตาลดำก็ได้

ในเนื้ออำพันนี้มักมีตัวแมลงต่างๆ อยู่ด้วย คือตอนที่ยังเป็นยางไม้อยู่นั้น มักมีแมลงต่างๆ ชอบไปตอม เลยติดอยู่ในยางไม้ตลอดมา นอกจากจะมีแมลงต่างๆ เล็กใหญ่ในอำพันแล้ว บางทีมีเศษไม้อื่นรวมอยู่ในอำพันด้วยก็มีเหมือนกัน บรรดาสิ่งต่างๆ ที่ติดอยู่ในเนื้อของอำพันนี้ มีคุณค่ามากในทางธรณีวิทยา เพราะว่าทำให้เราสามารถทราบอายุของต้นไม้ และสัตว์ในสมัยโน้นด้วย

ดังโคลงตอนหนึ่งที่เกี่ยวกับอำพัน มีความว่า มดน้อยที่อยู่ในรอยขวาน ขาไปติดอยู่ในยางไม้ดึงออกก็ไม่ได้ ในยามที่มดมีชีวิตคนก็เกลียด แต่พอตายแล้วไปอยู่ในอำพันคนกลับรัก หาว่าเป็นของมีค่ามาก

ที่ๆ มีอำพันมากๆ นั้นได้แก่สหภาพโซเวียต แถวชายฝั่งทะเลบอลติก อยู่ระหว่างคาลินินกราด และกดันสก์ ซึ่งในที่ดังกล่าวนี้ชั้นดินที่มีอำพันอยู่ด้วยหนาถึง 3 เมตร และแผ่ไปทั่วบริเวณดังกล่าวนี้ด้วย อำพันได้เอามาใช้เป็นเครื่องประดับประดากันมานานแล้ว คือตั้งแต่สมัยโบราณ เช่นใช้ทำสายสร้อยคล้องคอ ทำเชิงเทียน ทำเข็มกลัดหน้าอกเสื้อสตรี ทำที่กลัดเน็คไท ทำกำไลข้อมือ ทำเป็นรูปตัวแมลงต่างๆ ติดหน้าอกเสื้อสตรี และอื่นๆ อีกเป็นต้น อำพันเมื่อมีการเสียดสียังทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าได้ด้วย ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวนี้ บรรดาชาวอียิปต์โบราณทราบดี

อำพันได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยจักรพรรดิ์โรม คือในรัชสมัยพระเจ้าเนโรน และตามจดหมายเหตุสมัยโน้น ว่าอำพันนี้มีค่ามาก เพียงใช้ของเล่นที่ทำด้วยอำพัน ก็แลกเอาคนมาเป็นทาสได้ ได้มีการใช้อำพันกันมาก ในตอนกลางคริสศตวรรษ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยที่ประเทศต่างๆ ทางยุโรปกลางและตะวันออกกำลังมีความเจริญมาก และรวมทั้งในคริสศตวรรษที่ 17 และ 18 ด้วย ในรัสเซียใช้อำพันเป็นเครื่องประดับครั้งแรกในสมัยพระราชินีแคทเธียรีนที่ 2 (มีอยู่ห้องหนึ่งที่ฝาผนังประดับด้วยอำพันทั้งห้อง ซึ่งอยู่ในประสาทพิพิธภัณฑ์ ที่เมืองปุชกินโน และห้องนี้ได้ถูกพวกฟาสซิสต์ชาวเยอรมันเผาทำลายไปพร้อมๆ กับปราสาทในสมัยสงคราม)

นอกจากนั้นแล้ว อำพันนี้เป็นฉนวนไฟฟ้าได้อย่างดี ด้วยเหตุนี้จึงใช้ทำเครื่องมือทางฟิสิกส์มาก

 ขอขอบคุณเวปไซต์ http://www.patchra.net/